GENEVA / RankWire.AI / – ในรายงานล่าสุดของ สหประชาชาติ สรุปภาพรวมการค้าระหว่างประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 พบว่า การค้าสินค้าอุตสาหกรรมทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 12.5% จากไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 13.7 ล้านล้านดอลลาร์ การเพิ่มขึ้นนี้ได้รับแรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นและความต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง รายงานชี้ให้เห็นว่าการผลิตขั้นสูงมีบทบาทสำคัญในความเติบโตนี้ โดยเฉพาะความต้องการสินค้าเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและ AI ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขยายตัวของการค้าสินค้าระดับโลก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 สินค้าสำคัญในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดแสดงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามมาด้วยเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้น 25% สะท้อนความต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับแพลตฟอร์ม AI สินค้าแบตเตอรี่ก็ขยายตัว 15% ในขณะที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีการเติบโต 14% ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่เต็มรูปแบบก็ขยับขึ้น 11% ทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นหัวใจหลักของการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงนี้
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดบางส่วน เช่น แผงโซลาร์เซลล์และชิ้นส่วนกังหันลม กลับประสบกับการหดตัว ซึ่งเป็นการสิ้นสุดของแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่องหลายปี ขณะเดียวกัน การค้าทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิลกลับเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเกิดจากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้น มากกว่าการขนส่งทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเปลี่ยนผ่านที่ซับซ้อน ซึ่งทั้งพลังงานแบบดั้งเดิมและพลังงานเทคโนโลยีขั้นสูงต่างก็อยู่ในช่วงของกิจกรรมทางการเงินที่สูงขึ้นทั่วโลก
แร่ธาตุสำคัญด้านพลังงานเติบโต
อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นภาพที่หลากหลาย โดยส่วนที่เน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่เฉพาะทางทำผลงานได้ดี แต่โดยรวมแล้วอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ในขณะที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมยังคงเคลื่อนไหวช้ากว่าที่คาดไว้ แต่กลุ่มรถไฮบริดแสดงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในแต่ละไตรมาส ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคเริ่มปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านนี้มากขึ้น พร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชาร์จไฟที่ตอบสนองความต้องการ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มยานยนต์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าสินค้าเกี่ยวกับ AI และรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการค้าระหว่างประเทศ
ข้อมูลเศรษฐกิจระดับมหภาคชี้ให้เห็นว่าการค้าทั้งสินค้าและบริการในช่วงต้นปี 2026 มีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2025 การค้าสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 12.5% และการค้าบริการก็ขยายตัว 10.5% ซึ่งเมื่อแปลงเป็นมูลค่าเป็นเงินแล้ว สินค้าเพิ่มประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่บริการสร้างรายได้ประมาณ 500 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแพลตฟอร์มดิจิทัลและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
การส่งออกแบตเตอรี่ในไตรมาสแรกพุ่งสูงขึ้น
การขยายตัวของการค้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานโลก แม้ในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดทางการเมืองและปัญหาโลจิสติกส์ในระดับท้องถิ่นยังคงอยู่ ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และแบตเตอรี่ความจุสูง ได้ปรับตัวและพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก การเน้นการรักษาความมั่นคงของแหล่งพลังงานสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ได้ผลักดันให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันสร้างความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศใหม่ ๆ เพื่อให้การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบมูลค่าสูงเป็นไปอย่างราบรื่น ตามคำแนะนำของ สหประชาชาติ การวางแผนกลยุทธ์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการขาดแคลนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้
สำหรับอนาคต องค์กรเศรษฐกิจระดับนานาชาติยังคงมองในแง่ดีต่อแนวโน้มการค้าโลกในช่วงที่เหลือของปี 2026 ถ้าไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในสองไตรมาสสุดท้าย คาดว่าการค้าระหว่างประเทศจะยังคงเติบโตและทำลายสถิติในมูลค่าประจำปี การดำเนินงานของโครงสร้างพื้นฐาน AI ขั้นสูงและการเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตต่อไปนี้ ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการค้าระหว่างประเทศแสดงให้เห็นว่าประเภทของสินค้าและเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาเป็นแนวทางหลักของแนวโน้มการค้าระยะยาวของโลกต่อไป